จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง: ระบบ D-ToC นวัตกรรมการจัดการขยะอันตรายชุมชนของจังหวัดเชียงราย

จากงานวิจัยสู่การใช้งานจริง: ระบบ D-ToC นวัตกรรมการจัดการขยะอันตรายชุมชนของจังหวัดเชียงราย

ผลงานวิจัยเรื่อง "System Design of a Toxic Waste Management System: Empirical Study for Chiang Rai Province" ได้นำเสนอแนวคิดและการออกแบบระบบ D-ToC (Data Supporting System for Management of Toxic Waste from Community in Chiang Rai Province) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย ดร.เขมชาติ เขมาวุฒานนท์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ อึ้งวณิชยพันธ์ จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ภายใต้ความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 143 แห่งของจังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชนอย่างเป็นระบบ

ปัญหาขยะอันตรายจากชุมชนเป็นความท้าทายสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากขยะประเภทนี้ไม่สามารถกำจัดหรือย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และหากมีการจัดเก็บหรือกำจัดไม่ถูกต้อง อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในระยะยาว ดังนั้น การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลจึงเป็นแนวทางสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการขยะอันตรายของประเทศ

ผลงานวิจัยเรื่อง "System Design of a Toxic Waste Management System: Empirical Study for Chiang Rai Province" ได้นำเสนอแนวคิดและการออกแบบระบบ D-ToC (Data Supporting System for Management of Toxic Waste from Community in Chiang Rai Province) ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย ดร.เขมชาติ เขมาวุฒานนท์, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปเนต มโนมัยวิบูลย์ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนันต์ อึ้งวณิชยพันธ์ จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ภายใต้ความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 143 แห่งของจังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการขยะอันตรายชุมชนอย่างเป็นระบบ

หัวใจสำคัญของระบบ D-ToC คือการรวบรวมข้อมูลการคัดแยก การจัดเก็บ การขนส่ง และการกำจัดขยะอันตรายจากทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าสู่ฐานข้อมูลกลาง ผ่านระบบ Web Service ที่สามารถใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยลดการทำงานซ้ำซ้อน เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล และสนับสนุนการวางแผนการบริหารจัดการขยะอันตรายในระดับจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการติดตามปริมาณขยะ การจัดทำสถิติ และการรายงานผลเพื่อการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ

ความโดดเด่นของงานวิจัยไม่ได้อยู่เพียงการออกแบบระบบสารสนเทศ (System Design) เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX/UI Design) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้งานระบบได้ง่าย ลดข้อผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานจริง ส่งผลให้ระบบได้รับการใช้งานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และกลายเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการจัดการขยะอันตรายของจังหวัดเชียงรายอย่างยั่งยืน

ความสำเร็จของ D-ToC ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจาก "งานวิจัย" ไปสู่ "นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง" (Research to Implementation) โดยระบบถูกนำมาใช้สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย Chiang Rai Zero Waste ที่มุ่งลดปริมาณขยะและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะอันตรายในระดับจังหวัด

ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในการประชุมวิชาการนานาชาติ The 6th International Conference on Information Technology (InCIT 2022) ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับนานาชาติ สะท้อนถึงศักยภาพของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการขยะของประเทศไทยในระดับสากล

บทความวิจัยต้นฉบับ (IEEE Xplore)
System Design of a Toxic Waste Management System: Empirical Study for Chiang Rai Province
https://ieeexplore.ieee.org/document/10067636/

การพัฒนาระบบ D-ToC แสดงให้เห็นว่า การบูรณาการองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกับความร่วมมือของภาครัฐ มหาวิทยาลัย และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถสร้างต้นแบบการจัดการขยะอันตรายที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ในอนาคต นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของงานวิจัยที่สร้างผลกระทบเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้เขียนบทความ: อาจารย์ ดร. เขมชาติ เขมาวุฒานนท์
ศูนย์วิจัยระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อประเทศไทยปลอดขยะ (Circular Economy for Waste-free Thailand: CEWT) สำนักวิชาวิทยาศาสตร์
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 
MFU x PSU Collaboration Grant, Thailand